foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
+044 511 847
office@songsurin.com
สนง.เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์

สงฆ์สุรินทร์

กิจกรรมคณะสงฆ์

  • การปฏิบัติธรรมของพระสังฆาธิการ ในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ ประจำปี ๒๕๖๐_28
  • สอบธรรมสนามหลวง สมัยที่ ๑ นักธรรมชั้นตรี พ.ศ.๒๕๖๐_7
  • การปฏิบัติธรรมของพระสังฆาธิการ ในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ ประจำปี ๒๕๖๐_17
  • ประชุมพระสังฆาธิการ ๒๕๖๑_19

หลักเกณฑ์การพิจารณาขอพระราชทานแต่งตั้งสมณศักดิ์

เขตปกครองคณะสงฆ์ภาค  ๑๑

********

พระสังฆาธิการผู้สมควรได้รับการพิจารณาแต่งตั้งสมณศักดิ์ต้องประกอบด้วยคุณลักษณะ ดังต่อไปนี้

๑. ต้องเป็นพระสังฆาธิการระดับ  ผจร. ขึ้นไป มีพรรษาพ้น ๑๐

๒. ถ้าเป็นเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ต้องดำรงตำแหน่งมาแล้วไม่ต่ำกว่า  ๕  ปีบริบูรณ์  โดยนับตั้งแต่วันเป็นผู้   รักษาการแทน จร. หรือเป็น รจร.  หรือเป็น ผจร.  มารวมด้วย เว้นแต่เจ้าอาวาสพระอารามหลวง

๓. ถ้าเป็นเจ้าคณะตำบล ต้องดำรงตำแหน่งมาแล้วไม่ต่ำกว่า  ๕  ปีบริบูรณ์  โดยให้นับตั้งแต่วันเป็น  จล.  รจล.  ผจล. จร.  รจร.  หรือเป็น  ผจร.  มารวมด้วย โดยต้องดำรงตำแหน่งในวัดนั้นๆ หรือ ถ้ามิได้เป็น จร. ให้แจ้งด้วยว่า  จร.  เป็นสัญญาบัตรแล้วหรือยัง

๔. ถ้าเป็น  รจร.  หรือเป็น  ผจร.  ให้นำความในข้อ  ๒  และ ข้อ ๓  มาใช้โดยอนุโลมตามควรแต่กรณี  แต่ต้องได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งนั้นๆ อย่างถูกต้อง  และต้องมีพระภิกษุสามเณร (เฉพาะในวัดของตน)  อยู่จำพรรษามากพอสมควร

๕. ถ้าเป็น  จอ.  หรือเป็น จจ.  หรือเป็น ทป.  ให้พิจารณาตามความเหมาะสม  แต่ต้องดำรงตำแหน่งมาเกิน ๑  ปีแล้ว และมีผลงานในหน้าที่พอสมควร

๖. ถ้าเป็น รจล.  ผจล.  ต้องดำรงตำแหน่งมาแล้วเกิน  ๑  ปี   มีผลงานช่วย จล.  ตามที่ระบุไว้  และในวัดนั้นมี สัญญาบัตรกี่รูป  มีราชทินนามอะไรบ้าง  ต้องระบุ

๗. ในเขตอำเภอหนึ่งให้พิจารณาแต่งตั้งสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตรได้  ๑  รูป  เว้นแต่มีกรณีพิเศษ 

๘. มีพระภิกษุเฉพาะในวัดของตน  อยู่จำพรรษาครบคณะสงฆ์ขึ้นไป โดยให้นับจากปีปัจจุบันย้อนหลังไป  ๓  พ.ศ.

๙. มีพระภิกษุสามเณร เฉพาะในวัดของตน  ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมและสมัครสอบในสนามหลวงจำนวนมากพอสมควร  โดยให้นับจากปีปัจจุบันย้อนหลังไป  ๓  พ.ศ.

๑๐. สำหรับพิจารณาแต่งตั้ง ต้องมีผลงานสาธารณูปการ  โดยให้เริ่มนับตั้งแต่เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส  หรือถ้าเป็น รจร.  หรือเป็น ผจร.  ให้นับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งตั้งอย่างถูกต้อง  และ ต้องมีจำนวนเงินที่ได้ใช้จ่ายในการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์  จำนวนตั้งแต่  ๑๕๐,๐๐๐  บาท  (หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)  ขึ้นไป

๑๑. ในส่วนงานศึกษาสงเคราะห์  สาธารณสงเคราะห์  ต้องมีจำนวนเงินที่ได้ใช้จ่ายในการสงเคราะห์   จำนวน  ๑๐๐,๐๐๐  บาท  (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ขึ้นไป

๑๒. งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา  และ งานอื่นๆ  ต้องระบุให้ชัดเจน

๑๓. การรายงานผลงานสาธารณูปการต้องแยกออกเป็น  ๒  ส่วน  คือ

        -  ผลงานการก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆ  ภายในวัดของตน

        -  ผลงานการบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุต่างๆ ภายในวัดของตน

๑๔. การรายงานผลงานการก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆ ต้องแจ้งรายละเอียดที่ทำการก่อสร้าง ดังนี้

        -  แจ้งวัน  เดือน  ปี ไปตามลำดับแต่ละ พ.ศ. ที่ได้ทำการก่อสร้าง

        -  แจ้งลักษณะกว้าง –ยาว - สูง บอกวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง

        -  แจ้งค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเป็นจำนวนเงินเท่าไร  โดยวงเล็บตัวหนังสือกำกับไว้ด้วย  เมื่อรายงานสาธารณูปการครบทุกรายการแล้ว  ต้องรวมเงินที่ได้ใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งสิ้นเป็นจำนวนเท่าไร  โดยวงเล็บตัวหนังสือกำกับไว้ด้วย

        -  มีภาพผลงานการก่อสร้างที่แล้วเสร็จ ตามที่รายงานทุกงาน

๑๕. การรายงานผลงานการบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุต่างๆ การแจ้งรายละเอียดเช่นเดียวกันกับงานสาธารณูปการ

๑๖. เมื่อเสร็จสิ้นการรายงานผลงานสาธารณูปการ  ต้องนำยอดที่ใช้จ่ายในการก่อสร้างและในการปฏิสังขรณ์ทุกรายการรวมกัน  เป็นจำนวนทั้งสิ้นเท่าไร  โดยวงเล็บตัวหนังสือกำกับไว้ด้วย

๑๗. งานการศึกษาสงเคราะห์  ต้องเป็นผลงานที่เกี่ยวกับสถานศึกษา  เช่น  โรงเรียน  วิทยาลัย  มหาวิทยาลัย  หรือ  โรงเรียนการกุศล  เป็นต้น  โรงเรียนพระปริยัติสามัญ  หรือ มจร  มมร  ไม่นับเข้าในหลักเกณฑ์

๑๘. การรายงานผลงานการศึกษาสงเคราะห์ ต้องแยกออกเป็น  ๒  ส่วนดังนี้

        -  งานตั้งทุน  มอบทุน และ เพิ่มทุนการศึกษา

        -  งานทุนการศึกษาสงเคราะห์ด้านอื่นๆ

๑๙. การรายงานผลงานการศึกษาสงเคราะห์  ต้องแจ้งรายละเอียด ดังนี้

        -  มีการตั้งทุนการศึกษาสงเคราะห์  โดยการระบุชื่อทุนศึกษาสงเคราะห์  บัญชีธนาคาร  เลขที่บัญชี พร้อม

        -  การมอบทุน  และ เพิ่มทุนการศึกษา  อย่างน้อย  ๓  ปี  มีรายชื่อผู้เข้ารับทุนที่ได้รับการรับรองจากสถานศึกษาแนบมาด้วย

        -  เมื่อรายงานครบทุกรายการแล้ว  ต้องรวมเงินทุนการศึกษาสงเคราะห์เป็นจำนวนเงินเท่าไร  โดยวงเล็บตัวหนังสือกำกับไว้ด้วย

๒๐. งานการศึกษาสงเคราะห์ด้านอื่นๆ  คือ งานศึกษาสงเคราะห์ที่นอกเหนือจากทุนการศึกษาสงเคราะห์  ที่มอบให้สถานศึกษาต่างๆ  ให้ระบุตาม พ.ศ.  บอกจำนวนเงินที่บริจาคให้ชัดเจน  โดยวงเล็บตัวหนังสือกำกับไว้ด้วย

๒๑. เมื่อเสร็จสิ้นการรายงานผลงานการศึกษาสงเคราะห์ทั้ง ๒  รายการ  ต้องนำยอดทุนการศึกษาสงเคราะห์และการศึกษาสงเคราะห์ด้านอื่นๆ ทุกรายการรวมกัน  เป็นจำนวนทั้งสิ้นเท่าไร  โดยวงเล็บตัวหนังสือกำกับไว้ด้วย

๒๒. งานสาธารณะสงเคราะห์  คือ  งานสงเคราะห์ชุมชน  หน่วยงานราชการอื่นๆ ที่นอกเหนือจากวัด  สถานศึกษา เช่น  อบต.  โรงพยาบาล หมู่บ้าน เป็นต้น  การรายงานให้ระบุไปตาม พ.ศ.  บอกการบริจาค สถานที่  จำนวนเงินให้ชัดเจน และให้รวมงานสาธารณสงเคราะห์ทุกรายการรวมกัน เป็นจำนวนทั้งสิ้นเท่าไร  โดยวงเล็บตัวหนังสือกำกับไว้ด้วย

๒๓. การขอแต่งตั้งสมณศักดิ์ชั้นวิปัสสนา (วิ.)  ผู้ขอจะต้องเป็นพระวิปัสสนาจารย์  โดยเปิดให้การสอนวิปัสสนาเป็นประจำทุกวัน  ในวัดของตน  และวัดนั้นจะต้องเป็นสำนักปฏิบัติวิปัสสนา หรือ สำนักปฏิบัติธรรม  ระบุจำนวนผู้เข้ารับการสอนด้วย

๒๔. การขอแต่งตั้งสมณศักดิ์ตำแหน่งใดให้แนบตราตั้งพระสังฆาธิการตำแหน่งนั้นมาด้วย

 

หลักเกณฑ์การพิจารณาขอพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์

เขตปกครองคณะสงฆ์ภาค  ๑๑

********

พระสังฆาธิการผู้สมควรได้รับการพิจารณาเลื่อนสมณศักดิ์ต้องประกอบด้วยคุณลักษณะ ดังต่อไปนี้

๑. ต้องเป็นพระสังฆาธิการที่มีสมณศักดิ์ตั้งแต่ชั้น  จร.ชต. ขึ้นไป  เว้นแต่พระสังฆาธิการที่เป็นกิตติมศักดิ์ ซึ่งหมดสิทธิ์ในการขอเลื่อนสมณศักดิ์แล้ว  ซึ่งเทียบได้กับข้าราชการที่เกษียณอายุราชการแล้ว

๒. พระสังฆาธิการมีสมณศักดิ์ตำแหน่งและชั้น  จต.ชอ., รจอ.ชอ., และ จอ.ชพ. ซึ่งเป็นสมณศักดิ์สูงสุดในตำแหน่งนั้นๆ ถือว่าหมดสิทธิ์ที่จะขอเลื่อนสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตรอีก ยกเว้นแต่กรณี

๓. พระสังฆาธิการมีสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรตำแหน่ง  รจร. และ ผจร. ซึ่งเป็นตำแหน่งไม่มีชั้นสมณศักดิ์ จึงไม่มีสิทธิ์ขอเลื่อนสมณศักดิ์ต่อไป  เว้นแต่ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งสูงขึ้น เช่น เป็น จร. หรือ จต. เป็นต้น  เมื่อดำรงตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งครบ ๓  ปีแล้ว จึงมีสิทธิ์ขอเลื่อนสมณศักดิ์ได้

๔. ในเขตอำเภอหนึ่งให้พิจารณาเลื่อนสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตรได้  ๑  รูป  เว้นแต่มีกรณีพิเศษ

๕. พระสังฆาธิการผู้ได้รับการพิจารณาให้เลื่อนสมณศักดิ์ตามที่เสนอขอนั้น  ก็ต่อเมื่อได้ดำรงสมณศักดิ์นั้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า  ๕  ปีบริบูรณ์ เว้นแต่กรณีที่ควรจะยกย่องเป็นพิเศษ

๖. พระสังฆาธิการตำแหน่ง จร. ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตร จร.ชอ.แล้ว ต่อมาเสนอขอเลื่อนสมณศักดิ์  ให้พิจารณาเลื่อนสมณศักดิ์เป็น  ทผจล.ชอ.

๗. พระสังฆาธิการผู้ได้รับการแต่งตั้งสมณศักดิ์ในตำแหน่งการปกครองชั้นใดชั้นหนึ่งแล้ว ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งการปกครองสูงขึ้น  เช่น ผู้ได้รับการแต่งตั้งสมณศักดิ์ในตำแหน่ง  ผจร. รจร. จร. ผจล. รจล. จล. จต. รจอ. หรือ จอ. ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็น  จร. ผจล. รจล. จล. จต. รจอ. จอ. หรือ รจจ. ให้นับเวลาตั้งแต่ได้รับตำแหน่งการปกครองสูงขึ้นนั้นต่อไปอีก  ๓  ปี  จึงมีสิทธิ์เสนอขอเลื่อนสมณศักดิ์ได้

๘. มีพระภิกษุเฉพาะในวัดของตน  อยู่จำพรรษาครบคณะสงฆ์ขึ้นไป โดยให้นับจากปีปัจจุบันย้อนหลังไป  ๓  พ.ศ.

๙. งานเผยแผ่  งานสาธารณูปการ  งานศึกษาสงเคราะห์  และงานสาธารณสงเคราะห์ ให้ยึดตามหลักเกณฑ์การขอพระราชทานตั้งสมณศักดิ์  แต่การนับงานให้นับในปีต่อไปของการได้รับสมณศักดิ์เดิม

๑๐. พระสังฆาธิการผู้จะต้องรายงานผลงานเพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษ  คือ

            ๑. พระสังฆาธิการผู้เสนอขอเลื่อนสมณศักดิ์เป็น จร.ชอ.  ต้องรายงานผลงาน  ๒  ส่วน คือ

                -  ผลงานสาธารณูปการ  คือ งานก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุ ภายในวัดของตน

                -  ผลงานสาธารณะประโยชน์ คือ งานศึกษาสงเคราะห์ และ สาธารณะสงเคราะห์

            ๒. พระสังฆาธิการผู้เสนอขอเลื่อนสมณศักดิ์เป็น  จต.ชอ.  ต้องรายงานผลงาน  ๓  ส่วน คือ

                -  ผลงานสาธารณูปการ  คือ งานก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุ ภายในวัดของตน

                -  ผลงานสาธารณะประโยชน์ คือ งานศึกษาสงเคราะห์ และ สาธารณะสงเคราะห์

                -  ผลงานในหน้าที่ จต.  คืองานตรวจการคณะสงฆ์ และ งานประชุมพระสังฆาธิการ ในเขตตำบลของตน ได้ปฏิบัติหน้าที่ทั้ง ๒  อย่างนี้ ไม่น้อยกว่า  ๓  ครั้ง

            ๓. พระสังฆาธิการผู้เสนขอเลื่อนสมณศักดิ์เป็น รจอ.ชอ. ต้องรายงานผลงาน  ๓  ส่วน คือ

                -  ผลงานสาธารณูปการ  คือ งานก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุ ภายในวัดของตน

                -  ผลงานสาธารณะประโยชน์ คือ งานศึกษาสงเคราะห์ และ สาธารณะสงเคราะห์

                -  ผลงานในหน้าที่ รจอ.  คือ งานตรวจการคณะสงฆ์ และ งานประชุมพระสังฆาธิการ ในเขตอำเภอของตน โดยได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะอำเภอ  ได้ปฏิบัติหน้าที่ทั้ง ๒  อย่างนี้ ไม่น้อยกว่า  ๓  ครั้ง

            ๔. พระสังฆาธิการผู้เสนอขอเลื่อนสมณศักดิ์เป็น  จอ.ชพ.  ต้องรายงานผลงาน  ๔  ส่วน คือ

                -  ผลงานสาธารณูปการ  คือ งานก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุ ภายในวัดของตน

                -  ผลงานสาธารณะประโยชน์ คือ งานศึกษาสงเคราะห์ และ สาธารณะสงเคราะห์

                -  ผลงานในหน้าที่ จอ.  คือ งานตรวจการคณะสงฆ์ และ งานประชุมพระสังฆาธิการ ในเขตอำเภอของตน   ได้ปฏิบัติหน้าที่ทั้ง ๒  อย่างนี้ ไม่น้อยกว่า  ๓  ครั้ง

                -  วัดนั้นเป็นสำนักศาสนศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี มีพระภิกษุสามเณรศึกษาเล่าเรียนบาลีจำนวนมาก  และสมัครสอบในสนามหลวงแต่ละประโยคได้มากพอสมควร

๑๑. งานหลักในหน้าที่ของ จต. และ จอ. มี  ๒  ประการ  คือ

        ๑. งานตรวจการคณะสงฆ์ ในเขตตำบล หรือในเขตอำเภอ ที่ตนปกครอง

                -  ต้องรายงานการออกตรวจการคณะสงฆ์ในเขตที่ตนปกครอง แต่ละปี  โดยระบุวัน เดือน  ปี  สถานที่ และได้แนะนำชี้แจงในเรื่องใดบ้าง  ได้พบใคร  ระยะเวลาที่ออกตรวจการ  ปีละไม่น้อยกว่า  ๓ ครั้ง

        ๒. งานประชุมพระสังฆาธิการ ในเขตตำบล หรือในเขตอำเภอ ที่ตนปกครอง

                -  ต้องรายงานการประชุมคณะสงฆ์ในเขตที่ตนปกครอง แต่ละปี  โดยระบุวัน เดือน ปี  สถานที่ และได้ประชุมเรื่องใดบ้าง   ระยะเวลาที่ประชุม  มีผู้เข้าประชุมเท่าไร  ปีละไม่น้อยกว่า  ๓ ครั้ง

๑๒. การขอพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์สูงขึ้นเหนือชั้นสมณศักดิ์ในตำแหน่งนั้นๆ  เช่น  ขอเป็น

     ทผจล.ชอ.  หรือ ทจอ.ชอ.  เป็นต้น ต้องพิจารณาจากเจ้าคณะผู้ปกครองเป็นลำดับแรก  และผลงานนั้นต้องเป็นทวีคูณ

๑๓. การขอพระราชทานเลื่อนชั้นสมณศักดิ์ในตำแหน่งใด  ต้องแนบตราตั้งตำแหน่งนั้น และสัญญาบัตรสมณศักดิ์ครั้งล่าสุดมาด้วย

 


Copyright © 2018 songsurin Rights Reserved.