วัดโคกพยุง

นับย้อนหลังไปเมื่อ พ.ศ.2510 ยังเป็นป่าดงดิบ ที่ชุกชุมไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นเสือ งูจงอาง กวาง ละมั่ง เนื้อทราย แม้จะเต็มไปด้วยป่าไม้และฝูงสัตว์ที่เป็นอันตราย ต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ ก็ยังมีคทาชายผู้ยิ่งใหญ่นามว่า คุณพ่อชำ กายดี คุณพ่อเพีย ปิงจุลัด คุณพ่อมิน บอนประโคน คุณพ่อซอน ศาลางาม ได้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาจับจองเป็นที่อยู่อาศัย จากอำเภอท่าตูม อำเภอจอมพระ อำเภอรัตนะ อำเภอเมือง และอำเภอปราสาท รวมกันสามเผ่าคือ เขมร กูย ลาว 

วนอุทยานพนมสวาย พระพุทธสุรินทรมงคล[๑]

 

 

 

 

 

 

 

 

วนอุทยานพนมสวาย ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ มีเนื้อที่ ๑,๙๗๕ ไร่ ซึ่งกรมป่าไม้ประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๗

มหาธาตุเจดีย์ศรีอุดมมงคล 

 

พระมหาธาตุเจดีย์ศรีอุดมมงคล สร้างขึ้นตามคำปรารภของหลวงพ่อพระครูกันตสีลากร (จันทร์ กันตสีโล)  เจ้าอาวาสวัดประชาสังคมและเจ้าคณะอำเภอชุมพลบุรี เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา 

ปราสาทภูมิโปน[1]

ปราสาทภูมิโปนตั้งอยู่ที่บ้านภูมิโปน ต.ดม อ.สังขะ เดิมเรียกว่า ปราสาทปูน หรือปรอ

หากจะดูเพียงองค์ปราสาทโดยผิวเผิน จะไม่เห็นคุณค่าทางศิลปะและสถาปัตยกรรมมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับปราสาทหินในยุคต่อมา ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘ หากแต่จะศึกษาในแง่โบราณคดีและ อารยธรรมของชนโบราณในยุคต้นๆ ของประวัติศาสตร์ “ภูมิโปน” จะเป็นแหล่งที่น่าอนุรักษ์และศึกษามากที่สุด เพราะเป็นปราสาทอิฐศิลาแบบเขมร ที่มีอายุมากที่สุดเท่าที่พบในประเทศไทย

พระพุทธโคดมมุนี (พระเจ้าใหญ่วัดเหนือ)พระพุทธโคดมมุนี เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้าง ๑.๕๐ เมตร สูง ๒.๕๐ เมตร ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า “พระเจ้าใหญ่วัดเหนือ” หรือหลวงพ่อใหญ่วิหาร มีลักษณะเป็นศิลปะแบบล้านช้าง ถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่และมีความศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์